หลักกฎหมาย พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 38
มาตรา 38 ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการโฆษณาหรือประกาศหรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใด ๆ ซึ่งชื่อ ที่ตั้งหรือกิจการของสถานพยาบาล หรือคุณวุฒิ หรือ ความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลเพื่อชักชวนให้มีผู้มาขอรับบริการจากสถานพยาบาลของตน โดยใช้ข้อความอันเป็นเท็จโอ้อวดเกินความจริง หรือน่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล
ผู้อนุญาตจะประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการโฆษณาตามความในวรรคหนึ่งก็ได้
มีปัญหาเกี่ยวกับคดีติดต่อน้าสิด ทนายพงศ์รัตน์ รัตนพงศ์ น.บ.ท. 64 ที่
(091 8713937) หรือ อีเมล์ pongrut.ku40@gmail.com นะครับ

ทนายศักดิ์ชาย ทุ่งโชคชัย น.บ.ท.59 โทร.(097 2590623) ให้ข้อมูลดังนี้
1. ช่วงพ.ศ. 2564 (2021) ทั่วโลกมีปัญหาเศรษฐกิจหยุดชะงักเนื่องจากการระบาดของ COVID-19 หลายบริษัทต้องเลิกกิจการ หลายบริษัทต้องปลดคนงานเพื่อความอยู่รอด
2. แต่น่าแปลกใจ ที่ราคาข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว มีราคาแพงขึ้นจากจานละ 45 เป็น 50 บาท ในขณะที่ข้าวสารราคาถูกมาก
3. ธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม มีคลินิกใหม่ ๆ เปิดเพิ่มขึ้น ในขณะที่มีข่าวคลินิกดังที่มีสาขาจำนวนมากแห่งหนึ่งประสบปัญหาใกล้ล้มละลาย
4. คลินิกศัลยกรรมความงามชื่อดังบางแห่ง ยกระดับของตนเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งขนาดเล็ก ด้วยความหวังว่าจะดึงดูดลูกค้าหรือคนไข้หรือผู้บริโภค มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น มากกว่าตอนเป็นคลินิก เพราะลูกค้าทั่วไปจะมั่นใจในมาตรฐานของโรงพยาบาล ว่าจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์และห้องผ่าตัด อาคารสถานที่ดีกว่าคลินิก
5. คลินิก กับโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามชื่อดัง ที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความชำนาญของหมอที่เป็นเจ้าของ ที่ผ่านการทำศัลยกรรมให้กับลูกค้ามาหลายปี ปีละหลายเคส ทั้งทำจมูก ทำตา ทำนม ทำแก้ม ทำหน้าผาก ทำกราม ทำคางให้เรียวเป็นรูปตัววี
5.1 อีกส่วนหนึ่ง เป็นเพราะการโฆษณาในหลากหลายรูปแบบ ว่าตนมีเทคนิคเฉพาะ เทคนิคพิเศษ ที่ทำให้ลูกค้าสวยได้ดั่งใจ สวยปังครั้งเดียวจบ ปลอดภัย เจ็บตัวน้อยที่สุด
5.2 โดยเฉพาะการโฆษณา ไม่ว่าจะโดยตรงหรืออ้อม ด้วยการ นำลูกค้าที่ทำศัลยกรรมแล้วสวยดั่งใจ มารีวิวผลงาน ผ่านสื่อออนไลน์
5.3 การโฆษณาโดยใช้คนมีชื่อเสียง ไฮโซชื่อดัง ว่ามาทำศัลยกรรมที่นี่แล้วสวยเป๊ะ ครั้งเดียวปัง
5.4 โรงพยาบาลชื่อดัง มักจะร่วมกับหมอนำผลงานของหมอออกโฆษณาทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ผ่านการรีวิวให้ผู้บริโภคเข้าชมผลงาน
5.5 โรงพยาบาลชื่อดัง จะโฆษณาราคาค่าทำศัลยกรรมกับหมอ แต่ละคนให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือก ตามฝีมือ ตามชื่อเสียง ของหมอแต่ละคนที่ทำศัลยกรรมประจำอยู่ที่โรงพยาบาล
5.5.1 ในปี 2564 ราคาทำศัลยกรรมจมูกบางโรงพยาบาล 7 หมื่น ถึง 2 แสน แล้วแต่ความมีชื่อเสียงของหมอแต่ละคนที่ประจำอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งมีอยู๋จำนวนหลายคน
6. ในปี 2564 แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยจะหยุดชะงัก แต่เรื่องความสวยหยุดกันไม่ได้
6.1 ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ จึงศึกษาข้อมูลในสื่อออนไลน์ ที่เริ่มต้นยุค5G ก่อนที่จะโทรหาเซลล์ หรือตัวแทนของโรงพยาบาล เพื่อนัดหมายไปพบหมอเจ้าของเคส ปรึกษา และชำระเงินมัดจำ
6.2 ผู้บริโภคหรือคนไข้จะได้พบปรึกษา ร่วมกันวางแผนการทำศัลยกรรมกับหมอ ร่วมกับเซลล์ของโรงพยาบาล เป็นเวลาสั้น ๆ ว่าต้องการแบบไหน ราคาเท่าไร จะทำศัลยกรรมกันวันไหน จะวางเงินมัดจำกันเท่าไหร่ จะจ่ายเงินที่เหลือกันอย่างไร
6.2.1 ไม่มีเลยที่จะผ่อนผันให้จ่ายค่าทำศัลยกรรม หลังการผ่าตัดแล้ว มีแต่ต้องจ่ายให้ครบถ้วนก่อนเข้าห้องผ่าตัด
7. ก่อนผ่าตัด ก่อนดมยาสลบ ผู้บริโภคจะได้พบหมอตรวจร่างกาย หรือ บอกกล่าวให้มั่นใจในการทำศัลยกรรม ว่าจะปลอดภัย และจะสวยเป๊ะ ครั้งเดียวจบ ตามที่วางแผน
8. ก่อนผ่าตัด คนไข้ต้องเซ็นหนังสือยินยอมให้ทำการผ่าตัด
9. ผ่าตัดเสร็จ ออกจากห้องผ่าตัด ฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบ ก่อนกลับบ้าน มักจะไม่ได้พบหมอ
9.1 ไม่ได้พบหมอ เพื่อแนะนำการดูแลตนเอง การปฏิบัติตนและสิ่งต้องระวัง ภายหลังการผ่าตัด
9.2 วัดนัดตัดไหม (กรณีทำจมูก อีก 7 วันถัดมา) มักได้พบกับหมอ เพื่อตรวจร่างกายแนะนำปรึกษาวิธีปฏิบัติตนภายหลังการผ่าตัด
นางสาว พีร์วดี ลลิตวจีวงศ์ นิติศาสตร์บัณฑิต รุ่น 24 ม.เชียงใหม่ (080-725 9474) ให้ข้อมูลว่า
10. ในปี 2564 (2021) ยังไม่มีการบังคับโดยกฎหมายให้สถานพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง ทำสัญญาให้บริการศัลยกรรมความงามกับผู้บริโภค อย่างเป็นรูปแบบสัญญามาตรฐาน เช่น สัญญาเช่าซื้อรถยนต์
10.1 จึงถือเอาหลักฐานการโอนเงิน กับ หนังสือที่คนไข้เซ็นยินยอมให้หมอทำการผ่าตัดเป็นสัญญาศัลยกรรมความงามโดยปริยาย เมื่อเกิดเคสหลุด จากการกระทำโดยพลาดของหมอกับคลินิกกับโรงพยาบาล ทนายความของคนไข้ผู้บริโภคฟ้องเรียกร้องคาเสียหาย จากหมอ จากคลินิก จากโรงพยาบาล ตาม ป.พ.พ. 391 วรรคสี่ ได้
11. เมื่อไม่มีสัญญามาตรฐาน จึงมีปัญหาที่ทนายความของคนไข้ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหาข้อมูลเพิ่มขึ้น
11.1 หมอที่ทำการผ่าตัด คือใคร มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ อย่างไร
11.2 ใครเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการสถานพยาบาล
11.3 ใครเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล
11.4 ฐานะทางทะเบียนของคลินิกหรือโรงพยาบาลเกี่ยวข้องกับ 11.2 และ 11.3 อย่างไร
12. คนไข้หรือผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่เกิดเคสหลุดจนได้รับความเสียหาย มักจะไม่ทราบถึงสิทธิ์ที่จะทราบถึงการรักษา วิธีการรักษา โดยการขอสำเนาเวชระเบียน OPD ซึ่งเป็นเสมือนสมุดจดบันทึกด้านสุขภาพของประชาชน มีความสำคัญในการตรวจค้นข้อมูลของผู้ป่วยเพื่อใช้ประโยชน์ เช่น ประวัติการแพ้ยา ประวัติการรับประทานยา ประวัติการทำศัลยกรรม และการรักษาต่อเนื่อง
เมื่อไม่ทราบถึงสิทธฺ จึงไม่กล้าขอ สำเนา OPD
ทนายนุ้ย สุพรรณี สนมศรี น.บ.ท.71 โทร. (082 5422249) ให้ความเห็นว่า
13. เมื่อคนไข้ ผู้บริโภค ขอสำเนาเวชระเบียน OPD Card โรงพยาบาลศัลยกรรมจะใช้เวลาเกิน 7 วัน จึงจะนัดมารับได้ (แต่ทุกโรงพยาบาลจะให้ภายในเวลาที่นัดให้มารับ)
13.1 คลินิกศัลยกรรม บางแห่งต้องให้คนไข้ทวงถามหลายครั้ง (แต่สุดท้ายทุก Clinic จะให้)
14. การผ่าตัดแก้ไขเกิน 1 ครั้ง มักทำให้คนไข้หรือผู้บริโภคไม่มั่นใจในฝีมือหรือมาตรฐานการทำศัลยกรรมของหมอ ว่าเหตุใดจึงไม่เป๊ะ ไม่ปัง ครั้งเดียวจบ ตามที่ได้โฆษณา หรือตามที่ได้ลงรีวิว
14.1 คนไข้จึงต้องไปหาหมออื่น หรืออาจารย์หมอที่ชำนาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง ท่านอื่นช่วยตรวจวินิจฉัย และปรึกษาวิธีการรักษา
14.2 เมื่อคนไข้มั่นใจว่าเป็นเคสหลุด เพราะหมอทำพลาด คนไข้จะขอยุติการรักษากับหมอกับโรงพยาบาล
14.3 คนไข้จะเรียกร้อง ค่ารักษา ค่าทำศัลยกรรมคืน
14.4 คนไข้จะเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าเสียโฉม
15. โรงพยาบาลกับหมอ ต้องรีบคุย รีบชี้แจง รีบเจรจาเพื่อเยียวยา
15.1 บางเคส โรงพยาบาล ใช้วิธีเจรจาแบบถ่วงเวลา ทำให้คนไข้ผู้บริโภคไม่พอใจ จึงนำเรื่องราวไปเล่า ไปลงในสื่อสังคมออนไลน์ online เพื่อระบายความทุกข์ของตน
15.2 ส่วนใหญ่เมื่อคนไข้โพส นำความเสียหาย ลงในสื่อสังคมออนไลน์ จะได้ผลและจะมีเรื่องราวตามมาทันที เพราะ ผู้มีอำนาจของโรงพยาบาลจะโทรศัพท์ไปเจรจา หาทางผ่อนผันกันและกัน
15.3 ผู้มีอำนาจบางโรงพยาบาล อยู่ในจังหวะมีความเครียด ที่มีเคสหลุดในเวลานั้นหลายเคส มักนิยมขู่ ไปะขอร้องไป และบอกว่าจะ ฟ้องคนไข้ว่าหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
16. หมอกับโรงพยาบาล มักมีหลักยึดในการทำธุรกิจที่ต้องแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน
16.1 จนลืมความจริงที่ว่า การแก้ไขเยียวยา ความเสียหายจากการทำศัลยกรรม แล้วคนไข้เสียโฉม มีค่ารักษาแพงกว่า ค่าทำศัลยกรรมที่ตนเรียกเก็บ ระดับ 10 เท่า
17. เคสหลุด หากเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งใดแล้ว มักจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆที่โรงพยาบาลนั้นๆ
17.1 การเกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่งบอกถึง การมีมาตรฐาน และจริยธรรมของหมอ มาตรฐานของอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ในห้องผ่าตัดว่าสะอาด และปลอดภัย เพียงพอหรือไม่
17.2 บ่งบอกถึง เทคนิคพิเศษ ที่นำมาโฆษณาว่าถึงเวลาต้องทบทวนหรือไม่
ทนายวิเชียร สุภายุทธ น.บ.ท.65 โทร.(081 4559532) ให้ความเห็น ดังนี้
18. ในปี 2564 (2021) นักศึกษาแพทย์ของไทย ยังนิยมที่จะเป็นแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง
18.1 ประเทศเกาหลี ยังเป็นจุดหมายของการเดินทางไปทำศัลยกรรม ของคนรักสวยรักงาม ทั่วโลก
18.2 ประเทศไทยก็มีชื่อเสียงในด้านศัลยกรรมตกแต่ง แม้จะน้อยกว่าเกาหลีอยู่บ้าง
19. หมอและผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจศัลยกรรมความงาม ควรผลักดันให้มีหลักสูตรการอบรมเรื่องการจัดการเคสหลุด เพื่อรักษาความพึงพอใจของผู้บริโภค มุ่งสู่ชื่อเสียงระดับโลก
19.1 จะได้มีแนวทางการจัดการเคสหลุด ที่เหมาะสม
19.2 รองรับการเติบโตของธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงามของประเทศไทยที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจจะหยุดชะงัก
20 น้องๆที่จบนิติแล้ว กำลังเตรียมสอบปฎิบัติ ตั๋วทนาย หรือกำลังเรียนเน พอพิมพ์ดีดได้ หากพอมีเวลาว่าง อยากมาฝึกงานเรียนรู้งานทนายความ ติดต่อน้าสิด บ้างนะครับ
ติดต่อ ทนายศักดิ์ชาย ทุ่งโชคชัย น.บ.ท.59 โทร.(097 2590623)
ติดต่อ ทนายวิเชียร สุภายุทธ น.บ.ท.65 โทร.(081 4559532)
ติดต่อ ทนายนุ้ย สุพรรณี สนมศรี น.บ.ท.71 โทร. (082 5422249)
ติดต่อ ทนายพีระพล กนกเกษมโรจน์ โทร. (086 1044545)
ติดต่อ ทนายหนูเพียร สามนต์ โทร. (093 2591669)
ติดต่อ ทนาย อัม ปิยะอัมพร สุกแก้ว โทร. (099 1987936)
ติดต่อน้าสิด ทนายพงศ์รัตน์ รัตนพงศ์ โทร. (091 8713937)

© 2015 All Rights Reserved