เรื่องที่ 11/2562 การไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากหลักกฎหมายมีอย่างไร

     

หลักกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 492  ในกรณีที่มีการไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือผู้ไถ่ได้วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้ ให้ทรัพย์สินซึ่งขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ไถ่ตั้งแต่เวลาที่ผู้ไถ่ได้ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ได้วางทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานของสำนักงานวางทรัพย์แจ้งให้ผู้รับไถ่ทราบถึงการวางทรัพย์โดยพลัน โดยผู้ไถ่ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 333 วรรคสาม

มีปัญหาเกี่ยวกับคดีติดต่อน้าสิด  ทนายพงศ์รัตน์  รัตนพงศ์  น.บ.ท. 64     

โทร. (091 8713937)  หรือ อีเมล์ pongrut.ku40@gmail.com  นะครับ


ทนาย พีระพล  กนกเกษมโรจน์  (086-104-4545)    สืบค้นแล้วมีหลักกฎหมายเกี่ยวกับ วิธีการไถ่การขายฝาก ดังนี้

    1.  กฎหมายมิได้กำหนดแบบ  หรือวิธีการใช้สิทธิไถ่การขายฝากว่าต้องดำเนินการอย่างไร ดังนี้  การไถ่การขายฝากย่อมกระทำได้โดยผู้ไถ่แสดงเจตนาเพื่อขอไถ่การขายฝากต่อผู้รับการไถ่พร้อมนำสินไถ่ไปเสนอชำระให้แก่ผู้รับการไถ่ภายในกำหนดเวลาไถ่  หรือผู้ไถ่ได้วางสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้  ถือว่าเป็นการไถ่การขายฝากโดยชอบ  ทรัพย์สินที่ขายฝากย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ไถ่ตั้งแต่เวลาที่ผู้ไถ่ได้ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่  ส่วนการจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากนั้น  ไม่จำต้องกระทำภายในกำหนดเวลาไถ่  ดังนี้  การไถ่การขายฝากไม่จำต้องกระทำในเวลาราชการก็ถือเป็นการไถ่โดยชอบ  ดูฎีกาที่ 19332/2556

    ฎีกาที่ 19332/2556  โจทก์ใช้สิทธิไถ่ที่ดินจากจำเลยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2554  อันเป็นวันครบกำหนดเวลาไถ่ที่ดินซึ่งขายฝากโดยนำเงินสินไถ่เพื่อไปชำระให้แก่จำเลยที่บ้านแต่จำเลยบ่ายเบี่ยงอ้างว่าหมดเวลาราชการแล้ว  การกระทำของโจทก์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิไถ่ที่ดินซึ่งขายฝากต่อจำเลยภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาขายฝากโดยชอบตาม ป.พ.พ.มาตรา 492  ประกอบมาตรา 498 แล้ว  จำเลยต้องรับการไถ่  แม้โจทก์ใช้สิทธิไถ่ที่ดินนั้นในเวลา 18 นาฬิกา ซึ่งล่วงพ้นเวลาราชการแล้ว  และไม่สามารถจดทะเบียนการไถ่ขายฝากที่ดินในวันดังกล่าวได้ก็ตาม  แต่การจดทะเบียนไถ่ทรัพย์ซึ่งขายฝากกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์คืน  เมื่อโจทก์ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากนั้นต่อจำเลยภายในกำหนดเวลาไถ่ตามสัญญาขายฝากโดยชอบแล้ว  จึงมีผลผูกพันใช้ยันได้ระหว่างโจทก์กับจำเลยโจทก์ย่อมมีสิทธิไถ่ที่ดินซึ่งขายฝากได้

    2.  พฤติการณ์ที่ศาลฎีกาถือว่าผู้ขายฝากขอไถ่การขายฝากโดยชอบแล้ว  ดูฎีกาที่ 1283/2508 , 886/2515 , 128/2516 , 627/2521  และเมื่อมีการไถ่การขายฝากโดยชอบแล้ว  ผู้รับการไถ่ต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝาก  หากไม่ดำเนินการผู้ขายฝากย่อมฟ้องบังคับให้ผู้รับซื้อฝากจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากได้

    ฎีกาที่ 886/2515  ก่อนครบกำหนดไถ่คืนการขายฝาก  ผู้ขายได้ติดต่อขอไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากคืนจากผู้ซื้อและนัดวันที่จะไปจดทะเบียนไถ่ถอนกันแล้ว  แต่ผู้ซื้อไม่ไปตามนัด  หลังจากนั้นผู้ขายได้พยายามติดต่อกับผู้ซื้ออีก  แต่ไม่สามารถติดต่อได้  ผู้ขายจึงไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินไว้เป็นหลักฐานว่าผู้ขายพร้อมแล้วที่จะไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากคืนภายในกำหนด  ดังนี้ถือได้ว่าผู้ขายได้ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากคืนภายในกำหนดแล้วโดยชอบ  ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องรับไถ่

    3.  สำหรับการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่  คงวางเพียงสินไถ่ตามที่ระบุไว้ในสัญญา  ไม่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมให้ผู้ซื้อด้วย  ดูฎีกาที่ 16097/2557

    ฎีกาที่ 16097/2557  ในวันครบกำหนดการขายฝาก โจทก์ทั้งสองพยายามติดต่อจำเลยแต่ไม่สามารถติดต่อได้  ย่อมถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาปฏิเสธบอกปัดไม่ยอมรับการไถ่ถอนหรือไม่ยอมรับชำระหนี้อยู่ในตัว  กรณีจึงมีเหตุให้จำเลยทั้งสองใช้สิทธิวางทรัพย์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 331  โดยโจทก์ทั้งสองมีเงินสินไถ่พร้อมที่จะชำระให้แก่จำเลย  ส่วนการที่โจทก์ทั้งสองนำแคชเชียร์เช็คไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์หรือวางแล้วถอนคืนไป  ก็มิใช่กรณีที่จะนำมาวินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้มีสิทธิไถ่คืนการวางทรัพย์  เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้ขายมีสินไถ่มาทำการไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากกับผู้ซื้อฝาก

    ตาม ป.พ.พ. มาตรา 492 วรรคหนึ่ง  ในกรณีวางทรัพย์บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บังคับให้โจทก์ทั้งสองผู้ไถ่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียม  ซึ่งจะต้องใช้ให้แก่จำเลยผู้ซื้อฝากพร้อมกับสินไถ่  โจทก์ทั้งสองวางแคชเชียร์เช็คจำนวน 10,000,000  บาท  อันเป็นสินไถ่เท่าที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก  จึงเป็นการใช้สิทธิไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากโดยชอบแล้ว

    4.  การที่ผู้ขายฝากไปขอไถ่โดยไม่มีเงินสินไถ่เป็นจำนวนเพียงพอ  ไม่ถือเป็นการไถ่โดยชอบ  ดูฎีกาที่ 407/2540

    ฎีกาที่ 407/2540  การใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากนั้น  โจทก์ทั้งสองผู้ขายฝากจะต้องแสดงเจตนาเพื่อขอไถ่ต่อจำเลยผู้รับซื้อฝาก  และจะต้องนำสินไถ่ตามราคาที่ขายฝากพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมการไถ่ไปพร้อมในวันไถ่การขายฝากด้วยตามมาตรา 499 และมาตรา 500  แต่โจทก์ทั้งสองไม่มีเงินสินไถ่จำนวนเพียงพอที่จะไถ่การขายฝากจากจำเลยได้  จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองใช้สิทธิไถ่โดยชอบแล้ว

    5.  เมื่อผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่โดยชอบแล้ว  แม้ผู้รับซื้อฝากไม่รับสินไถ่และไม่ยอมให้ไถ่ถอน  ก็ถือว่าเป็นการใช้สิทธิไถ่โดยชอบแล้ว  และถือเป็นกรณีผู้ขายฝากได้ทรัพย์สิทธิโดยทางนิติกรรมตามมาตรา 1299 วรรคหนึ่ง  เมื่อยังไม่มีการจดทะเบียนไถ่การขายฝาก  การได้มานั้นจึงยังไม่บริบูรณ์  แต่บังคับกันได้ระหว่างผู้ซื้อฝากกับผู้ขายฝาก  ผู้ขายฝากจึงมีสิทธิฟ้องให้ผู้ซื้อฝากจดทะเบียนไถ่การขายฝากเมื่อใดก็ได้  ดูฎีกาที่ 1370/2544

    ฎีกาที่ 1370/2544  ม. ไถ่ที่ดินจากจำเลยภายในกำหนดในสัญญาขายฝากแล้ว  แม้จะไม่ได้จดทะเบียนไถ่การขายฝาก  ก็เป็นเพียงทำให้การกลับคืนมาซึ่งทรัพยสิทธิยังไม่บริบูรณ์เท่านั้น  แต่ใช้ยันได้ระหว่าง ม.  กับจำเลย  เมื่อโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ ม. จึงมีผลยันกันได้ระหว่างโจทก์กับจำเลยด้วย  โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาคืนและฟ้องร้องขอให้จำเลยจดทะเบียนไถ่การขายฝากที่ดินแก่โจทก์เมื่อใดก็ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336  คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

    ข้อสังเกต  เมื่อยังไม่ได้จดทะเบียนไถ่การขายฝาก  การได้ทรัพย์สิทธิกลับคืนมาของผู้ขายฝากก็ไม่บริบูรณ์  ผู้ขายฝากมีสิทธิฟ้องให้ผู้ซื้อฝากไปจดทะเบียนไถ่การขายฝากได้  โดยไม่จำต้องฟ้องภายในกำหนดเวลาที่ขายฝากเพราะถือว่ามีการไถ่การขายฝากไปโดยชอบแล้ว

    6.  การไถ่ทรัพย์กระทำได้เมื่อใด  มาตรา 492  ให้ไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากได้ภายในเวลาที่กำหนดในสัญญา  ผู้ขายหรือผู้มีสิทธิไถ่จึงสามารถไถ่ทรัพย์ได้ก่อนครบกำหนดเวลา  ดูฎีกาที่ 1031/2509

    ฎีกาที่ 1031/2509  โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้กับจำเลยมีกำหนด 2 ปี  ตามนัยแห่ง ป.พ.พ.มาตรา 494 และ 492  เป็นที่เห็นได้ว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามโจทก์ใช้สิทธิไถ่ก่อน 2 ปี  ดังนี้ ภายในกำหนด 2 ปี  โจทก์จะใช้สิทธิไถ่เมื่อใดก็ได้  เมื่อจำเลยไม่ยอมให้ไถ่ก็ต้องถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์  โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้ไถ่ที่ดินคืนได้

    7.  ผลของการไถ่ทรัพย์สินเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน

    เมื่อไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากภายในกำหนดเวลาไถ่หรือผู้ไถ่ได้วางทรัพย์สินอันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้  ให้ทรัพย์สินซึ่งขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ไถ่ตั้งแต่เวลาที่ผู้ไถ่ได้ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่  (มาตรา 492 วรรคหนึ่ง)

    จากบทบัญญัตินี้แสดงว่าในช่วงเวลานับแต่เวลาขายฝากจนถึงเวลาไถ่  กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากตกเป็นของผู้ซื้อฝาก  ผู้ซื้อฝากจึงมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์และได้ดอกผลที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์

    ฎีกาที่ 656/2517  ดอกผลของทรัพย์ที่ขายฝาก  ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างกำหนดเวลาขายฝากย่อมตกได้แก่ผู้ซื้อฝาก ที่มาตรา 492 แห่ง ป.พ.พ.บัญญัติว่าทรัพย์สินซึ่งขายฝาก  ถ้าไถ่ภายในเวลาที่กำหนดให้ถือว่ากรรมสิทธิ์ไม่เคยตกไปแก่ผู้ซื้อเลยนั้น  หมายถึงเฉพาะตัวทรัพย์ที่ขายฝากเท่านั้น  ไม่รวมถึงดอกผลด้วย

    8.  ผู้มีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝาก ตาม ป.พ.พ. 497

มาตรา 497  สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้แต่บุคคลเหล่านี้ คือ (1) ผู้ขายเดิม หรือทายาทของผู้ขายเดิม หรือ (2) ผู้รับโอนสิทธินั้น หรือ (3) บุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้

9.  ผู้มีหน้าที่รับไถ่  ตาม ป.พ.พ. 498

มาตรา 498  สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้เฉพาะต่อบุคคลเหล่านี้ คือ (1) ผู้ซื้อเดิม หรือทายาทของผู้ซื้อเดิม หรือ (2) ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือรับโอนสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้น แต่ในข้อนี้ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์จะใช้สิทธิได้ต่อเมื่อผู้รับโอนได้รู้ในเวลาโอน ว่าทรัพย์สินตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิไถ่คืน

 
 

PsthaiLaw.com   (091 871 3937)   นำเนื้อหาจากหนังสือแพ่งพิสดาร  ของอาจารย์วิเชียร  

ดิเรกอุดมศักดิ์   มาเรียบเรียงเป็นบทความนี้เพื่อเผยแพร่ความรู้กฎหมายสู่ประชาชน 

ติดต่อ ทนายศักดิ์ชาย  ทุ่งโชคชัย    น.บ.ท.59    โทร. (097 2590623)

ติดต่อ ทนายวิเชียร  สุภายุทธ        น.บ.ท.65     โทร. (081 4559532)

ติดต่อ ทนายนุ้ย สุพรรณี  สนมศรี    น.บ.ท.71     โทร. (082 5422249)

ติดต่อ ทนายพีระพล  กนกเกษมโรจน์                โทร. (086 1044545)

ติดต่อ ทนายหนูเพียร  สามนต์                         โทร. (093 2591669)

ติดต่อน้าสิด ทนายพงศ์รัตน์  รัตนพงศ์               โทร. (091 8713937)

ติดต่อ ทนายอัม ปิยะอัมพร สุกเเก้ว                   โทร. (061 5619514)